โครงสร้างศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน (ฉก.ชน.)

๑. ศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน สพฐ. (ฉก.ชน.สพฐ.)
          ๑.๑ เป็นศูนย์ประสานการทำงานของศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน สพฐ.
๑.๒ รับรายงานสถานการณ์และผลการดำเนินงานของ ฉก.ชน.สพท.
๑.๓ เป็นแกนกลางในการประสานงานการทำงานกับภาคส่วนต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้อง

๒. ศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๒    (ฉก.ชน.สพม.๓๒)    มีอำนาจและบทบาทหน้าที่ดังต่อไปนี้
๒.๑ รายงานสถานการณ์และผลการดำเนินงานที่รวดเร็วทันต่อสถานการณ์ถูกต้องแม่นยำ            ไปยัง ฉก.ชน.สพฐ.
๒.๒ พัฒนาเครือข่ายการคุ้มครองเด็กนักเรียนทั้งในหน่วยงานในกำกับและภาคี
๒.๓ เตรียมความพร้อมจัดการเหตุฉุกเฉิน เช่น ตรวจสอบข่าวทุกเช้า ปฏิบัติงานทันทีที่ทราบข่าว
๒.๔ เน้นระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้มีความเข้มแข็งรวมทั้งการพัฒนาระบบข้อมูล ในการใช้พัฒนาแก้ไขปัญหานักเรียน โดยเฉพาะเน้นการเยี่ยมบ้านนักเรียนที่เสี่ยงต่อการออกกลางคันเป็นกรณีพิเศษ
๒.๕ การเสริมสร้างทักษะชีวิตเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับนักเรียนสามารถป้องกัน และแก้ไขปัญหาพฤติกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการลดการใช้ความรุนแรง
๒.๖ การป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรง การท้องในวัยเรียน การติดเกม การแก้ไขปัญหาสารเสพติดในสถานศึกษา โดยประสานการทำงานกับทุกภาคส่วน
๒.๗ งานรับเรื่องร้องเรียนและวิเคราะห์ข้อมูล
๑) รับเรื่องร้องเรียนกรณีเด็กนักเรียนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือถูกล่วงละเมิดทาง
ร่างกายหรือทางจิตใจ หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมทางการศึกษา
๒) วิเคราะห์และประมวลผลข้อมูล ประสานโรงเรียนในสังกัด เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาสั่งการ
๓) จัดทำสารสนเทศและระบบเฝ้าระวังสถานการณ์ เช่น จัดทำฐานข้อมูลโรงเรียนเชิงลึกจัดทำฐานข้อมูลการร้องเรียนด้านต่าง ๆ
๔) ประสานความร่วมมือและให้คำปรึกษาแก่โรงเรียนในสังกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อดำเนินการช่วยเหลือในการดำเนินงานของโรงเรียนในสังกัด
๒.๘ งานคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน
๑) ดำเนินการคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนกรณีที่ร้องเรียนมาที่ศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน
๒) ประสานและอำนวยความสะดวกให้เครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการเข้าช่วยเหลือเด็กนักเรียนให้อยู่ในสภาวะที่ปลอดภัย
๓) ติดตามและประสานงานการช่วยเหลือแบบองค์รวม เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายเข้าช่วยเหลือเยียวยาครบทุกด้านรวมถึงการพัฒนาเครือข่าย
๔) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมาย

๓. เครือข่ายสถานศึกษาของเขตพื้นที่
          ๓.๑ เครือข่ายพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา (พสน.)
๓.๒ การออกแผนเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและป้องกันการทะเลาะวิวาท